|
บันทึกชีวิต
(ชีวประวัติ ศจ.ดร.วิเชียร วัฒกีเจริญ)
ชีวิตวัยเด็ก
ผมเกิดเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม ค.ศ.1922 บิดานามว่า นายเลี้ยง หนำกี มารดานามว่า นางเอื้อน ขัมพานนท์ ที่อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช บิดามีอาชีพช่างไม้ที่มีชื่อเสียงมากในจังหวัดนครศรีธรรมราช ท่านได้สร้างพระวิหารหลังใหญ่ในวัดพระบรมธาตุของจังหวัด จนปรากฏให้เห็นอยู่ในสภาพดีถึงเวลานี้
เมื่อผม 7 ขวบ บิดาได้ส่งผมเข้าเรียนที่โรงเรียนอเมริกัน (ศรีธรรมราชในปัจจุบัน) เป็นโรงเรียนของมิชชันนารีเพรสไบทีเรียนอเมริกา ทั้งผู้จัดการและครูใหญ่ต่างก็เป็นคนอเมริกัน สอนภาษาอังกฤษตั้งแต่ชั้นประถมปีที่ 1 ถึงมัธยมปลาย สอนพระคัมภีร์อยู่ในหลักสูตรของโรงเรียนด้วย บิดากำชับว่า ให้เรียนภาษาอังกฤษดี ๆ เมื่อจบแล้วจะส่งไปเรียนต่อที่วิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน (เวลานั้นยังไม่เป็นคอมมิวนิสต์) อย่าไปเชื่อพระเยซู เพราะเราเป็นคนไทย ผมก็รับปากจะทำตาม มารดาก็สั่งว่า เมื่อผมอายุได้ 21 ปีแล้วจะให้บวชเป็นพระสงฆ์ เพื่อนำบุญกุศลมาสู่มารดา ผมก็รับปากจะเชื่อฟัง
เมื่อผมอายุได้ 14 ปี บิดาถึงแก่กรรมด้วยโรคหัวใจรั่ว ทำให้ชีวิตของพวกเราตกลำบากมาก ต้องไปพึ่งอาศัยอยู่กับคุณตาและคุณยาย ซึ่งท่านก็ต้องเลี้ยงหลานถึง 16 คน เป็นครอบครัวใหญ่อยู่กันอย่างอัตคัดมาก ผมเป็นหลานคนโตต้องทำงานหนักกว่าทุกคนต้องเอาใจใส่ดูแลน้อง ๆ อีก 10 คน คุณยายทำไส้กรอกและห่อหมกขายจนใคร ๆ ก็รู้จักว่า ไส้กรอกยายห้วงอร่อย ผมต้องเป็นภารโรงของโรงเรียนและของโบสถ์ เพราะไม่มีเงินชำระค่าเล่าเรียน ต้องรับผิดชอบหาฟืน ปีนต้นมะพร้าวเก่งเท่าๆ ลิง ซักผ้ารีดผ้าให้น้องๆ แต่ก็ก้มหน้าก้มตาทำด้วยความรักและอดทน
ปี 1935 ก่อนสงครามไทยกับอินโดจีนรบกับ ดร.จอห์น ซง นักเทศน์จีนเรืองนาม ได้เข้ามาในประเทศไทยเทศนาที่คริสตจักรไมตรีจิตเป็นครั้งแรก และท่านลงไปใต้เทศนาที่คริสตจักรตรังและนครศรีธรรมราช ศจ.บุญมาก กิตติสารและ ศจ.สุข พงษ์น้อย เป็นล่ามตลอด ผมกำลังเรียนอยู่ชั้นมัธยมปีที่หนึ่ง ยอมขาดโรงเรียนฟังคำเทศนาของ ดร.ซง ทุกคืนและเรียนพระคัมภีร์มาระโกจากท่าน ตั้งแต่จันทร์ถึงศุกร์ จนครูไม่ยอมให้สอบ ตกเรียนซ้ำชั้นผมก็ยอม และยอมรับเชื่อพระเยซูคริสตเจ้าตั้งแต่นั้นมา เป็นเวลาที่หลังจากบิดาจากไป
เมื่ออายุ 16 ปี ผมตัดสินใจรับบัพติสมาเป็อนสมาชิกคริสตจักร มารดาเสียใจมากถึงกับร้องไห้ แต่ผมสัญญาว่าจะบวชเหมือนกันแต่เป็นศาสนาจารย์ในคริสตจักร มารดาไม่เข้าใจ ศจ.เจริญ สกุลกัญ ศิษยาภิบาลคริสตจักรเบธเลเฮมเป็นผู้ประกอบศีลบัพติสมาในวันที่ 16 มีนาคม ค.ศ.1938 สมัยนั้นมีการเรียนหลักความเชื่อของคริสเตียนกันอย่างจริงจังแล้วมีการสอบข้อเขียนจากผู้ปกครองคริสตจักร ผมสอบตกที่สุดก็ผ่านได้
ชีวิตวัยหนุ่ม
ผมเรียนจบมัธยมปลายเมื่ออายุ 18 ปี ครูใหญ่ที่เคยสอนผม เชิญให้ผมเป็นครูที่โรงเรียน เพื่อจะไม่ต้องถูกเกณฑ์ทหารต้องเป็นครูถึงอายุ 30 ปีจึงพ้น ผมเป็นครูชั้นประถมปีที่ 2 ในปี 1938 ตอนนั้นญี่ปุ่นเปิดฉากทำสงครามกับสหรัฐอเมริกา โดยบอมบ์หาดเพิร์ลฮาเบอร์ และประกาศเป็นสงครามโลกครั้งที่ 2 ในวันที่ 8 ธันวาคม1938 ในประเทศไทยกองทัพญี่ปุ่นได้บุกขึ้นบกในจังหวัดชายทะเลตั้งแต่ประจวบคีรีขันธ์ลงไปถึงตรัง นายกรัฐมนตรีสมัยนั้นได้แก่ จอมพลแปลก พิบูลสงคราม กองทัพญี่ปุ่นเข้าครอบครองประเทศไทยอยู่จนสงครามสงบ บังคับให้รัฐบาลประกาศสงครามกับสหรัฐอเมริกา บังคับให้รัฐบาลได้ยึดทรัพย์และสถาบันทั้งสิ้นของอเมริกา ไม่ว่าจะเป็นคริสตจักร โรงเรียน หรือโรงพยาบาลจะถูกปิดหมด และรัฐบาลได้จัดการดำเนินงานแทน ทางโรงเรียนอเมริกันต้องอยู่ในอำนาจของศึกษาธิการจังหวัด เขาจัดผู้จัดการใหม่มาทำหน้าที่แทน นำพระพุทธรูปเข้าไปประดับในห้องประชุม ห้องเรียน ผมเองยื่นใบลาออกพร้อมกับครูและผู้จัดการ
ในปีเดียวกัน ผมได้สมัครไปทำงานราชการกับแผนกมหาดไทย เป็นเสมียนของท่านปลัดจังหวัด ในปี 1939 ผมทราบว่าทางกรุงเทพฯ โรงเรียนยังสอนได้ แต่ ?กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย? เปลี่ยนเป็น ?กรุงเทพเสถียรวิทยาลัย? นักเรียนเก่า-ใหม่หลายคนไม่พอใจ ทหารญี่ปุ่นยึดตึกเรียนและห้องประชุมเป็นห้องพยาบาลของพวกเขา ส่วนตึกขาวทางด้านสาทร อนุญาตให้พวกครูอาศัยได้ ผมมากรุงเทพฯ ครั้งแรกเป็นบ้านนอกเข้ากรุง นั่งรถเจ๊กเข้ามาโรงเรียน มาพักอาศัยอยู่กับห้องพักน้องชาย (อาจารย์โกศล วัฒกีเจริญ เสียชีวิตแล้ว) เขาเป็นครูที่นั่น อาจารย์อารีย์ชักชวนให้ผมเป็นครู แต่ผมยืนยันว่าจะเรียนพระคริสตธรรม (สมัยนั้นญี่ปุ่นเข้าครอบครองโรงเรียนและมิชชันนารีต่างชาติเป็นเชลย เอากักขังไว้ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระหว่างที่ผมอยู่กรุงเทพฯ ได้ไปร่วมนมัสการที่คริสตจักร 1 สำเหร่ สอนรวีวารศึกษาแก่อนุชนที่นั่น มีนิมิตอย่างชัดเจนว่า พระเจ้าทรงเรียกให้ผมเป็นผู้รับใช้พระองค์ จึงรอวันเวลาที่จะเรียนพระคริสตธรรม จนสงครามสงบ ปี1945 ญี่ปุ่นปราชัยยอมจำนนทุกอย่าง เพราะลูกระเบิดปรมาณูสองลูกแรก ถูกทิ้งไปที่โยโกยามาและนางาซากิ ทุกสิ่งก็เป็นแผนการของพระเจ้า ผมมีโอกาสสมัครไปเรียนพระคริสตธรรมที่เชียงใหม่ วิทยาลัยพระคริสตธรรมแม๊คกิลวารี ในปี 1948 โดย ศจ.ดร.เฮอร์เบิต เกรเธอร์ ผู้อำนวยการ เวลานั้นมีนักศึกษาเพียง 9 คน ผมต้องรอขึ้นทะเบียนเป็นนักศึกษา เพราะไม่จบมัธยมปีที่ 8 ผมเสียเวลาไปหนึ่งเทอมจึงได้ขึ้นทะเบียนเป็นนักศึกษาได้ ผมรับทุนการเรียนจากคริสตจักรศรีพิมลธรรม จังหวัดเพชรบุรีเป็นเวลาสี่ปี
ชีวิตของการตั้งครอบครัว
เมื่อเริ่มปีที่สาม ที่พระคริสตธรรม ผมตัดสินใจหมั้นกับอาจารย์พิศวง เหลียน และในวันที่11 พฤษภาคม 1951 ผมได้สมรสกับอาจารย์พิศวง ณ คริสตจักรศรีพิมลธรรม จังหวัดเพชรบุรี ทำพิธีโดย ศจ.ดร.ฮอเรส ไรเบิร์น (ประธานคณะอเมริกันเพรสไบทีเรียน มิชชั่น จากสหรัฐอเมริกา)
เรามีบุตรด้วยกัน 3 คน คนแรก ได้แก่ นางแวววรรณ มายส์ คนที่สอง นายวรวัชร วัฒกีเจริญ และนายวงศ์เวชช วัฒกีเจริญ
ชีวิตของการศึกษา
1940 จบมัธยมศึกษาที่โรงเรียนศรีธรรมราชวิทยา
1952 รับปริญญา B.th [Bachelor of Theology] ปริญญาตรีด้านวิชาฝ่ายพระเจ้า ณ พระคริสตธรรมแม๊คกิลวารี จังหวัดเชียงใหม่
1959 รับปริญญา B.A. [Bachelor of Arts] ปริญญาตรีทางอักษรศาสตร์ ณ University of Dubuque, lowa USA.
1960 รับปริญญา B.D.[Bachelor of Divinity] ปริญญาตรีทางศาสนศาสตร์ ณ University of Dubuque, lowa USA.
1964 รับปริญญา M.th [Master of theology] ปริญญาตโทด้านศาสนศาสตร์ ณ Pittsburgh Theological Seminary. Pittsburgh. Pennsylvania, USA
1965 รับปริญญา D.D.[Doctor of Divinity] ดุษฎีบัณฑิต ด้านศาสนศาสตร์ ณ University of Dubuque, USA.
ชีวิตของการรับใช้พระเจ้า1952 รับการสถาปนาเป็นศาสนาจารย์ โดย ศจ.พ่วง อรรฆภิญญ์ (อดีตประธานสภาคริสตจักรฯ 4 สมัย) ณ คริสตจักรที่ 2 สามย่าน และปี 1960 (รวม 2 ครั้ง)
1952 รับใช้เป็นศิษยาภิบาลคริสตจักรคริสตคุณานุกูล จังหวัดพิษณุโลก ภาค 6
1954 รับใช้เป็นศิษยาภิบาลคริสตจักรที่ 2 สามย่านและปี 1960 (รวม 2 ครั้ง)
1965 รับใช้เป็นศิษยาภิบาลคริสตจักรที่ 5 วัฒนา
1966-1974 รับใช้เป็นเลขาธิการสภาคริสตจักรในประเทศไทย สองสมัย
1982 รับใช้เป็นรองประธานกรรมการสหกิจคริสเตียนแห่งประเทศไทยและกรรมการมูลนิธิสหกิจคริสเตียน
1974-1987 รับใช้เป็นผู้อำนวยการคริสตจักรของพระเจ้าในประเทศไทย ได้เปิดคริสตจักรใหม่ที่จังหวัดบุรีรัมย์ 18 แห่ง มีสมาชิกร่วม 360 คน
1987-2005 รับใช้เป็นประธานกรรมการอำนวยการของสถาบันพระคริสตธรรมภาคใต้
1999-2002 รับใช้เป็นศิษยาภิบาลคริสตจักรที่ 1 สำเหร่
ชีวิตการสอนพระคริสตธรรมในที่ต่าง ๆ
1. อาจารย์พิเศษที่พระคริสตธรรมกรุงเทพ 2 ปี
2. อาจารย์พิเศษสอนที่สถาบันคริสตศาสนศาสตร์ไทย17 ปี
3. อาจารย์พิเศษสอนที่พระคริสตธรรมเพ็นเตคอศ 2 ปี
4. อาจารย์พิเศษสอนที่พระคริสตธรรมลูเธอร์แรน 1 ปี
5. อาจารย์พิเศษสอนศิษยาภิบาล ที่ อุบลราชธานี 15 ปี
ผลงานทางวรรณกรรม
อาจารย์ได้เขียนบทเรียน คำเทศนา และข่าวสาร พระคัมภีร์เดิมและใหม่ ประวัติคริสตจักรในเอเชีย หลักคำสอนของคริสต์ศาสนา เป็นนักเขียนความรู้ด้านศาสนศาสตร์ให้กับนิตยสารพระคริสตธรรมประทีปมาตั้งแต่ยุคต้นๆ
ศจ.ดร.วิเชียร วัฒกีเจริญ ได้จากพวกเราไปอยู่กับพระเจ้าเมื่อเวลา 01.47 น. เช้ามืดของวันที่ 23 สิงหาคม 2009 (2552) มีอายุรวม 87 ปี ณ โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน
ที่มา: eft.or.th
|